การพัฒนาเครื่องหยอดน้ำตาลแว่นระบบอัตโนมัติ

Development of Machine Palmyra Palm Sugar Automatic System

รายละเอียดโครงการ

ปีงบประมาณ 2559
หน่วยงานเจ้าของโครงการ
ลักษณะโครงการ โครงการใหม่
ประเภทโครงการ โครงการเดี่ยว
ประเภทงานวิจัย โครงการวิจัยและพัฒนา
วันที่เริ่มโครงการวิจัย (พ.ศ.) 1 ตุลาคม 2558
วันที่สิ้นสุดโครงการวิจัย (พ.ศ.) 30 กันยายน 2559
วันที่ได้รับทุนวิจัย (พ.ศ.) 1 มกราคม 2558
ประเภททุนวิจัย อื่นๆ
สถานะโครงการ สิ้นสุดโครงการ(ส่งผลผลิตเรียบร้อยแล้ว)
เลขที่สัญญา
เป็นโครงการวิจัยที่ใช้ในการจบการศึกษา ไม่ใช่
เป็นโครงการวิจัยรับใช้สังคม ไม่ใช่
บทคัดย่อโครงการ งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบการผลิตน ้าตาลแว่นแบบต่อเนื่องเป็นระบบอัตโนมัติ สามารถลดเวลาในการผลิต และใช้เป็นเครื่องต้นแบบที่ใช้ทดแทนวิธีการท้างานด้วยแรงงานคน รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชาวบ้าน และชุมชน ที่ผลิตน ้าตาลแว่น โดยมีหลักการท้างานของเครื่องใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นต้นก้าลัง โดยชุดถังกวนน ้าตาลเหลวใช้มอเตอร์เกียร์ทด 1:50 รอบต่อนาที โดยใช้เฟืองคู่กวนน ้าตาลเหลวในถัง ส่งผ่านลงมายังทางออก จ้านวน 5 ช่อง ลงมาใส่ในถาดของแม่พิมพ์ และชุดสายพานล้าเลียงจะมีอัตราทด 1:60 รอบต่อนาที โดยท้าหน้าที่ในการส่งหรือล้าเลียงน ้าตาลแว่นจนสุดสายพานล้าเลียง ซึ่งเมื่อสุดสายพานล้าเลียงน ้าตาลแว่นก็จะแห้งหรือแข็งตัวทันเวลาพอดีเครื่องหยอดน ้าตาลแว่นจะมีความสามารถในการหยอดน ้าตาลแว่นประมาณ 274.44 กิโลกรัมต่อชั่วโมง คิดเป็น 5.91 เท่าของแรงงานคน โดยที่แรงงานคนมีความสามารถในการหยอดน ้าตาลแว่น เหลวได้เพียง ประมาณ 46.44 กิโลกรัมต่อชั่วโมง นอกจากนี การวิเคราะห์ลักษณะทางเคมี ทางกายภาพ ของน ้าตาลแว่นที่ใช้เครื่องหยอดกับใช้คนหยอด พบว่า น ้าตาลแว่นที่ได้มีผลที่ใกล้เคียงกันทั งการวิเคราะห์ค่าความชื น Water Activity (aw), Total Soluble Solid (% brix), ค่า pH และค่าสี
รายละเอียดการนำไปใช้งาน
เอกสาร Final Paper(s)

ทีมวิจัย

หัวหน้าโครงการ
ที่ นักวิจัย หน่วยงาน ตำแหน่งในทีม การมีส่วนร่วม (%)
1รศ. วรพงค์ บุญช่วยแทนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย สงขลาหัวหน้าโครงการ60
2พิทักษ์ สถิตวรรธนะคณะวิศวกรรมศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย สงขลาผู้ร่วมวิจัย10
3ชาตรี หอมเขียวคณะวิศวกรรมศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย สงขลาผู้ร่วมวิจัย10
4ผศ. ชไมพร เพ็งมากคณะอุตสาหกรรมเกษตร ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย20