อัตลักษณ์วัฒนธรรมชานชาลาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน กรณีศึกษาชุมทางรถไฟทุ่งสง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

Cultural Identity of Train platform for Sustainable Development: A Case study of Thung Song Railway Junction, Thung Song District, Nakorn Sri Thammarat Province

รายละเอียดโครงการ

ปีงบประมาณ 2563
หน่วยงานเจ้าของโครงการ
ลักษณะโครงการ โครงการใหม่
ประเภทโครงการ โครงการเดี่ยว
ประเภทงานวิจัย โครงการวิจัยและพัฒนา
วันที่เริ่มโครงการวิจัย (พ.ศ.) 1 ตุลาคม 2562
วันที่สิ้นสุดโครงการวิจัย (พ.ศ.) 30 กันยายน 2563
วันที่ได้รับทุนวิจัย (พ.ศ.) 7 กุมภาพันธ์ 2563
ประเภททุนวิจัย งบประมาณรายได้
สถานะโครงการ สิ้นสุดโครงการ(ส่งผลผลิตเรียบร้อยแล้ว)
เลขที่สัญญา
เป็นโครงการวิจัยที่ใช้ในการจบการศึกษา ไม่ใช่
เป็นโครงการวิจัยรับใช้สังคม ไม่ใช่
บทคัดย่อโครงการ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและค้นหาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนรอบๆ สถานีชุมทางรถไฟทุ่งสง 2) เผยแพร่อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนรอบๆ สถานีชุมทางรถไฟทุ่งสง ผ่านทางเอกสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อบุคคลทั่วไปในการสืบค้นข้อมูล เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลที่สาคัญรอบๆ ชุมทางรถไฟทุ่งสง จานวน 50 คน นาเสนอผลการวิจัยเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า 1) ชื่อบ้านนามเมืองของอาเภอทุ่งสงน่าจะมาจากการเป็นทุ่งนา ที่คนในพื้นที่เรียกว่า ท่อง และเป็นพื้นที่ส่งของไปยังที่ต่างๆ จึงเป็นชื่อเรียกว่า ท่องส่ง กลายมาเป็นทุ่งส่ง และเพี้ยนมาเป็นทุ่งสงเหมือนในปัจจุบัน 2) วิถีชีวิตรอบๆ สถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง ผู้คนยึดอาชีพค้าขายเป็นหลัก เมื่อมีสถานีรถไฟมาตั้งในพื้นที่ทาให้มีคนเดินทางผ่านไปมา แวะมาพัก แวะมาซื้อของ หรือมาท่องเที่ยว จึงเหมาะแก่การค้าขายสินค้า สินค้าที่นิยมนามาขายจะเป็นอาหาร และเครื่องดื่ม เพื่อให้ผู้เดินทางกับขบวนรถไฟเกิดความสะดวกในการซื้ออาหารบริโภคในระหว่างการเดินทาง 3) อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมชานชาลาชุมทางรถไฟทุ่งสง คือ ความเป็นเมืองชุมทาง ที่มีคนสัญจรไปมาเป็นจานวนมาก เป็นจุดตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ เช่น มีวิศวกรบารุงทาง สถานีตารวจรถไฟ เป็นจุดพักขบวนรถ และเป็นจุดกระจายสินค้า วิถีชีวิตของผู้คนจึงมีความผูกพันธ์กับชุมทางรถไฟทุ่งสงเป็นอย่างมาก และควรมีการอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมชานชาลาชุมทางรถไฟทุ่งสงไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ สิ่งที่อยากให้มีการรักษาไว้มากที่สุด ได้แก่ สถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง บ้านพักพนักงานการรถไฟ หัวรถจักรไอน้าเก่า ประเพณีวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คน ตามลาดับ 4) วัฒนธรรม ประเพณี และค่านิยมของคนทุ่งสงเกิดมาจากศาสนา วิถีชีวิต และความผูกพันธ์กับการขนส่งระบบรางเป็นหลัก เช่น ประเพณีชักพระ ให้ทานไฟ ลอยกระทง วันสงกรานต์ วันตรุษจีน เทศกาลกินเจ แต่จะมีประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่ด้วย เช่น เทศกาลขนมจีนหม้อยักษ์ และการนาเด็กขึ้นรถไฟไปเที่ยวในช่วงเทศกาลงานวันเด็ก 5) การมีสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสงในพื้นที่ นาความเจริญมาให้ชุมชนเป็นอย่างมาก ในยุคที่คนยังไม่ค่อยมีรถส่วนตัว จะไปไหนก็ใช้รถไฟเป็นหลัก ส่งเสริมให้การค้าขายบนขบวนรถ บนชานชาลา และรอบๆ สถานีเจริญรุ่งเรือง ก่อให้เกิดรายได้ เกิดอาชีพแก่คนในพื้นที่ ซึ่งอาชีพที่หล่อเลี้ยงผู้คนใน ค ทุ่งสงโดยเฉพาะบริเวณรอบๆ สถานีรถไฟส่วนใหญ่จะเป็นอาชีพค้าขาย และสินค้าที่นามาขายมากที่สุดก็คืออาหารและเครื่องดื่ม เช่น ข้าวเหนียวไก่ทอด ไก่กอและ ข้าวหลาม โอเลี้ยง ชา กาแฟ เป็นต้น ซึ่งมีขายทั้งด้านหน้าสถานี บนชานชาลา จนถึงการหาบข้าวของขึ้นไปขายบนขบวนรถ 6) สามารถพัฒนาเมืองทุ่งสงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมได้เพราะเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สาคัญหลายอย่าง และมีสถานที่สาคัญที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมได้ โดยเฉพาะพื้นที่สถานีรถไฟชุมทางทุ่งสงและพื้นที่โดยรอบ ทั้งอาคารตึกสยามกัมมาจล หอนาฬิกา ตลาดวัฒนธรรม ร้านอาหารเก่าแก่ในย่านหอนาฬิกา ตลาดโต้รุ่ง วัดชัยชุมพล ถ้าตลอด พิพิธภัณฑ์ยิบอินซอย และสวนหลวง ร.5 7) มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากผู้ให้ข้อมูลซึ่งอยู่รอบๆ สถานีชุมทางรถไฟทุ่งสง ให้มีการสร้างศูนย์การค้าขายของที่ระลึกหน้าสถานี งเสริมการปรับภูมิทัศน์บริเวณสถานีรถไฟและบริเวณรอบๆ รวมถึงบ้านพักพนักงานรถไฟด้วย อยากให้มีการดูแลเรื่องของความสะอาดโดยเฉพาะพื้นที่สารธารณะและถนนหนทางต่างๆ การจัดระเบียบชุมชนและร้านค้า และที่สาคัญที่สุดคือควรขุดลอกคูคลองและหาทางแก้ไขปัญหาน้าท่วมในตัวเมืองทุ่งสงซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาหลายปีแล้ว
รายละเอียดการนำไปใช้งาน
เอกสาร Final Paper(s)
  • -

ทีมวิจัย

ที่ นักวิจัย หน่วยงาน ตำแหน่งในทีม การมีส่วนร่วม (%)
1ตรีวนันท์ เนื่องอุทัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชหัวหน้าโครงการ60
2ผศ. นฤมล รัตนไพจิตรคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย20
3ราตรี เขียวรอดคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย20