การสร้างความมั่นคงทางสุขอนามัยของชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ

Achieving Healthcare Sustainability of Local Communities in Nakhon si thammarat province by herbal remedies

รายละเอียดโครงการ

ปีงบประมาณ 2563
หน่วยงานเจ้าของโครงการ
ลักษณะโครงการ โครงการใหม่
ประเภทโครงการ โครงการเดี่ยว
ประเภทงานวิจัย โครงการวิจัยและพัฒนา
วันที่เริ่มโครงการวิจัย (พ.ศ.) 1 ตุลาคม 2562
วันที่สิ้นสุดโครงการวิจัย (พ.ศ.) 30 กันยายน 2563
วันที่ได้รับทุนวิจัย (พ.ศ.) 24 สิงหาคม 2563
ประเภททุนวิจัย ทุน วช.
สถานะโครงการ สิ้นสุดโครงการ(ส่งผลผลิตเรียบร้อยแล้ว)
เลขที่สัญญา
เป็นโครงการวิจัยที่ใช้ในการจบการศึกษา ไม่ใช่
เป็นโครงการวิจัยรับใช้สังคม ไม่ใช่
บทคัดย่อโครงการ กิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยการสร้างความมั่นคงทางสุขอนามัยของชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยยาสามัญประจาบ้านแผนโบราณ จัดขึ้นเพื่อลดผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับยาสามัญประจาบ้านแผนโบราณ และส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรอย่างปลอดภัยบนรากฐานภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชนในระดับครอบครัวและชุมชน ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการผลิตและแปรรูปสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์ จัดเตรียมแหล่งเรียนรู้ด้านการเพาะปลูก ขยายและอนุรักษ์พันธุ์สมุนไพร และการใช้ประโยชน์จากสมุนไพร เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองโดยดูแลสุขภาพและรักษาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นด้วยพืชสมุนไพรที่อยู่รอบบ้านหรืออยู่ในชุมชนซึ่งเปรียบเสมือนมีตู้ยาสามัญประจาบ้านที่สามารถใช้ป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง โครงการได้ดาเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วยการจัดอบรมให้ความรู้การใช้ยาสามัญประจาบ้านแผนโบราณเพื่อส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรในการดูแลรักษาตนเองและครอบครัวจากการเจ็บป่วยเบื้องต้นให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็น เกษตรกร อาสาสาธารณสุขประจาหมู่บ้าน ผู้ประกอบการและประชาชน จานวน 200 คน จาก 4 อาเภอในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รวบรวมองค์ความรู้จากกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ การผลิต การแปรรูป การใช้ประโยชน์สมุนไพรจากวิทยากรในท้องถิ่น ผลการประเมินกิจกรรมด้วยแบบประเมินและการสนทนากลุ่มพบว่าประชาชนเกิดการรับรู้ มีความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัวและญาติมิตรได้ การอบรมที่จัดขึ้นมีประสิทธิภาพและสามารถใช้สื่อสารองค์ความรู้ไปยังประชาชนได้ จึงควรดาเนินกิจกรรมการส่งผ่านความรู้หรือทักษะอย่างต่อเนื่องเพื่อนาไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน ผลจากการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับประชาชนและผู้ผลิตสมุนไพรที่ต้องการเพิ่มมูลค่าสมุนไพรด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน พร้อมทั้งส่งเสริมการขายด้วยการตลาดออนไลน์ พบว่าผู้เข้ารับการอบรมพึงพอใจในการผลิตและใช้งานลูกประคบเพื่อรักษาอาการปวดเมื่อยเป็นอย่างมาก และมีการนาเอา พิมเสนน้า ยาดมสมุนไพร ตลอดจนยาสามัญประจาบ้านที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีการต่อยอดฝึกอบรมให้กับผู้ประกอบการเรื่อง (1) การผลิตสบู่และสกัดสารจากสมุนไพรสาหรับเป็นส่วนผสม (2) การผลิตน้ามันหอมระเหยจากสมุนไพร ได้แก่ มะกรูด ตะไคร้หอม กระวาน เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อื่นต่อไป และได้จัดอบรมเกี่ยวกับ (3) การเพิ่มช่องทางการขายให้กับผู้ประกอบการด้วยการตลาดออนไลน์ พบว่ามีผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมมาก แต่การอบรมที่มีประสิทธิภาพควรใช้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน เพื่อรับฟังการบรรยายออนไลน์และฝึกทาไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นข้อจากัดทาให้ได้ประสิทธิผลจากการอบรมไม่มาก โครงการได้คัดเลือกและรวบรวมพันธุ์สมุนไพรที่มักใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานและสมุนไพรในท้องถิ่นที่ชุมชนนาไปใช้ประโยชน์ จานวน 100 ชนิด เป็นไม้ยืนต้นจานวน 40 ชนิด ไม้ล้มลุก 27 ชนิด ไม้เลื้อย 9 ชนิด และสมุนไพรที่มีลาต้นใต้ดิน 24 ชนิด มาปลูกลงในพื้นที่ขนาด 2 ไร่ พร้อมทั้งติดตั้งระบบน้าเพื่อเป็นแปลงสมุนไพรสาหรับอนุรักษ์/ขยายพันธุ์สมุนไพรและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชน นักศึกษา และนักวิจัย ซึ่งได้แจกต้นพันธุ์ฟ้าทลายโจรที่เพาะขยายในโครงการจานวน 750 ต้น นอกจากนี้โครงการยังมีกลุ่มไลน์ของเครือข่ายการแปรรูปสมุนไพรและช่อง YouTube สาหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมกันพัฒนาเกี่ยวกับสมุนไพรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงทางสุขอนามัยอย่างยั่งยืนต่อไป
รายละเอียดการนำไปใช้งาน
เอกสาร Final Paper(s)
  • -

ทีมวิจัย

ที่ นักวิจัย หน่วยงาน ตำแหน่งในทีม การมีส่วนร่วม (%)
1วันทนา สังข์ชุมคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชหัวหน้าโครงการ20
2สุรศักดิ์ ชูทองราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย13
3ผศ. นฤมล รัตนไพจิตรคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย15
4สินีนาฎ ขวดแก้วคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย13
5กัญทร ยินเจริญคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย13
6บุญเรือน สรรเพชรคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย13
7ผศ. สุภามาส อินทฤทธิ์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย13