การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแบบที่ใช้ความร้อนแห้ง

Production of Qrganic Fertilizer Usinng Palm Oil Mill Effluent From Dry Heating Process

รายละเอียดโครงการ

ปีงบประมาณ 2566
หน่วยงานเจ้าของโครงการ
ลักษณะโครงการ โครงการใหม่
ประเภทโครงการ โครงการเดี่ยว
ประเภทงานวิจัย โครงการวิจัยและพัฒนา
วันที่เริ่มโครงการวิจัย (พ.ศ.) 1 ตุลาคม 2565
วันที่สิ้นสุดโครงการวิจัย (พ.ศ.) 30 กันยายน 2566
วันที่ได้รับทุนวิจัย (พ.ศ.) 13 กุมภาพันธ์ 2566
ประเภททุนวิจัย อื่นๆ
สถานะโครงการ สิ้นสุดโครงการ(ส่งผลผลิตเรียบร้อยแล้ว)
เลขที่สัญญา
เป็นโครงการวิจัยที่ใช้ในการจบการศึกษา ไม่ใช่
เป็นโครงการวิจัยรับใช้สังคม ไม่ใช่
บทคัดย่อโครงการ อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของประเทศไทยมีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่ม รายได้มวลรวมประชาชาติ (GNI) โรงงานสกัดปาล์มน้ำมัน ยังมีผลิตผลพลอยได้หลากหลาย และ นำไปใช้เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม กลีบเลี้ยงที่สกัดออกมา (EF) และของเสียอื่นๆ สามารถนำไปใช้ใน การผลิตพลังงานชีวมวลหรือปุ๋ยอินทรีย์ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ จากขี้เถ้าเศษ เมล็ดปาล์ม (POFA) และกลีบเลี้ยง (EF) ส าหรับการเจริญเติบโตของผักบุ้งจีน (Ipomoea aguatica Forsk) วางแผนการทดลองแบบแบบสุ่มอย่างสมบูรณ์ (CRD) จำนวน 4 ทรีตเมนต์ 3 ซ้ำ ได้แก่ T1 (ร้อยละ 49.5 EF+ ร้อยละ 49.5 POFA + ร้อยละ 1 ปุ๋ยน้ าชีวภาพ), T2 (ร้อยละ 35 EF + ร้อยละ 35 POFA + ร้อยละ 29 มูลโค + ร้อยละ 1 ปุ๋ยน้ าชีวภาพ), T3 (ร้อยละ 35 EF + ร้อยละ 35 POFA + ร้อยละ 29 มูลสุกร + ร้อยละ 1 ปุ๋ยน้ าชีวภาพ) และ T4 (ร้อยละ 35 EF + ร้อยละ 35 POFA + ร้อยละ 14.5 มูลโค + ร้อยละ 14.5 มูลสุกร + ร้อยละ 1 ปุ๋ยน้ าชีวภาพ) ผลการวิจัย พบว่า ทรีต เมนต์ที่ 3 (ร้อยละ 35 EF + ร้อยละ 35 POFA + ร้อยละ 29 มูลสุกร + ร้อยละ 1 ปุ๋ยน้ าชีวภาพ) มีปริมาณไนโตรเจนสูงที่สุดในระดับห้องปฏิบัติการ สำหรับการหมักปุ๋ยอินทรีย์ ผลทดสอบของ ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์ต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตผักบุ้งจีน การใช้ปุ๋ยอินทรีย์สูตร T3 ซึ่งเป็นผล พลอยได้จากโรงงานน้ำมันปาล์มช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตและผลผลิตของผักบุ้ง ผลการวิจัยพบว่า การ เจริญเติบโต และผลผลิตมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) สำหรับการศึกษาการ หมักปุ๋ยอินทรีย์ขนาดกำลังการผลิตเชิงการค้าที่บริษัทสินเจริญปาล์มออยล์ จำกัด ผลิตภัณฑ์ปุ๋ย อินทรีย์มีการตรวจวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารหลัก พบว่า มีปริมาณไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ โพแทสเซียม เท่ากับร้อยละ 1.0,ร้อยละ 1.80 และร้อยละ 1.0 ตามลำดับ ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้มีคุณสมบัติ ตามเกณฑ์มาตรฐานของปุ๋ยอินทรีย์ นับว่าการวิจัยครั้งนี้มีการบรูณาการใช้วัสดุเหลือทิ้งทาง การเกษตรที่มีศักยภาพมาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ สอดคล้องกับการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม และสร้าง เศรษฐกิจแบบหมุนเวียน คำสำคัญ :ปุ๋ยอินทรีย์; เศษกลีบเลี้ยง,ขี้เถ้าเศษเมล็ดปาล์มน้ำมัน; มูลสุกร, มูลโค
รายละเอียดการนำไปใช้งาน
เอกสาร Final Paper(s)
  • -

ทีมวิจัย

หัวหน้าโครงการ
ที่ นักวิจัย หน่วยงาน ตำแหน่งในทีม การมีส่วนร่วม (%)
1ผศ. ณรงค์ชัย ชูพูลคณะอุตสาหกรรมเกษตร ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชหัวหน้าโครงการ80
2สมหมาย แก้วมณีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยผู้ร่วมวิจัย10
3นวลนพมล ศรีอุทัยคณะเกษตรศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย10