โครงการวิจัย
กำลังและความคงทนของคอนกรีตกำลังสูงที่ใช้เถ้าปาล์มน้ำมันแทนที่ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภทที่ 5 ภายใต้ภาวะแวดล้อมทะเลภาคใต้
Compressive Strength and Durability of High Strength Concrete Containing Palm Oil Fuel Ash as a Replacement of Portland Cement Type V Exposure in Southern Marine Environment
รายละเอียดโครงการ
| ปีงบประมาณ | 2567 |
| หน่วยงานเจ้าของโครงการ | |
| ลักษณะโครงการ | โครงการใหม่ |
| ประเภทโครงการ | โครงการเดี่ยว |
| ประเภทงานวิจัย | โครงการวิจัยและพัฒนา |
| วันที่เริ่มโครงการวิจัย (พ.ศ.) | 1 ตุลาคม 2566 |
| วันที่สิ้นสุดโครงการวิจัย (พ.ศ.) | 30 กันยายน 2567 |
| วันที่ได้รับทุนวิจัย (พ.ศ.) | 1 พฤศจิกายน 2566 |
| ประเภททุนวิจัย | ทุน ววน. |
| สถานะโครงการ | แล้วเสร็จ(ค้างส่งผลผลิต) |
| เลขที่สัญญา | |
| เป็นโครงการวิจัยที่ใช้ในการจบการศึกษา | ไม่ใช่ |
| เป็นโครงการวิจัยรับใช้สังคม | ไม่ใช่ |
| บทคัดย่อโครงการ | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของการใช้เถ้าปาล์มน้ำมันบดละเอียด (GPOFA) แทนที่ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภทที่ 5 (SRC) ต่อคุณสมบัติของคอนกรีตกำลังสูงในสภาวะ แวดล้อมทะเลภาคใต้ โดยนำเถ้าปาล์มน้ำมันมาบดละเอียด แทนที่ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภทที่ 5 ที่ร้อยละ 0 30 40 และ 50 โดยน้ำหนักวัสดุประสาน (30GPOFA 40GPOFA และ 50GPOFA) โดยแช่ น้ำทะเลหลังจากถอดแบบ 24 ชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาะแวดล้อมทะเลจริง กำหนดปริมาณ วัสดุประสานเท่ากับ 560 กก/ม3 ควบคุมค่าอัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสานคงที่เท่ากับ 0.28 และใช้สาร ลดน้ำพิเศษควบคุมค่าการยุบตัวของคอนกรีตให้มีค่าระหว่าง 150–200 มม. ทดสอบกำลังรับแรงอัด ที่อายุ 7 28 60 90 120 และ 180 วัน ทดสอบโมดูลัสยืดหยุ่นของคอนกรีต ที่อายุ 28 60 และ 90 วัน และทดสอบกำลังรับแรงดึงแบบผ่าซีกของคอนกรีต ที่อายุ 28 และ 60 นอกจากนี้การทดสอบด้าน ความคงทนของคอนกรีต ได้แก่ ทดสอบการหดตัวแบบแห้งของคอนกรีต ที่อายุ 1-180 วัน การซึมน้ำ ผ่านคอนกรีตที่อายุ 28 และ 90 การแทรกซึมของคลอไรด์ ที่อายุ 28 90 120 และ 180 วัน และการ ทดสอบความต้านทานต่อการเกิดสนิมของเหล็กเสริมภายในคอนกรีต อายุ 90 120 และ 180 วัน รวมถึงวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของคอนกรีตกำลังสูง ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการใช้ GPOFA แทนที่ SRC ในอัตราส่วนร้อยละ 30 โดย น้ำหนักของวัสดุประสาน (30GPOFA) สามารถพัฒนากำลังอัดที่อายุ 180 วัน เท่ากับ 560.74 กก./ ซม.2 หรือคิดเป็นร้อยละ 95 ของคอนกรีตควบคุมที่ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 5 เป็นวัสดุ ประสานเพียงอย่างเดียว (CT-SRC) ซึ่งจัดเป็นคอนกรีตกำลังสูง (560 กก./ซม.2) ค่าโมดูลัสยืดหยุ่น ของคอนกรีตขึ้นกับกำลังอัดของคอนกรีตมากกว่าปริมาณการแทนที่ SRC ด้วย GPOFA หรือค่า โมดูลัสยืดหยุ่นของคอนกรีตเพิ่มขึ้นเมื่อกำลังอัดของคอนกรีตมีค่าเพิ่มขึ้น การหดตัวแบบแห้งของคอนกรีตกำลังสูงที่ผสม GPOFA มีค่าต่ำกว่าคอนกรีต CT-SRC และมีค่าลดลงเมื่อปริมาณการแทนที่ SRC ด้วย GPOFA เพิ่มขึ้น ในขณะที่กำลังอัดของคอนกรีตมีผลต่อการซึมของน้ำผ่านคอนกรีต โดย คอนกรีตที่ใช้ GPOFA ที่ร้อยละ 20, 30 และ 40 โดยน้ำหนักของวัสดุประสาน มีค่ากำลังอัดของ คอนกรีตต่ำกว่าคอนกรีตควบคุม CT-SRC เนื่องจากคอนกรีตที่มีกำลังอัดสูงมีความทึบน้ำ และเนื้อ คอนกรีตมีความแน่นมากกว่าคอนกรีตที่มีกำลังอัดต่ำ ทำให้สัมประสิทธิ์การซึมของน้ำผ่านคอนกรีต ต่ำลง เมื่อพิจารณาการแทรกซึมของคลอไรด์ในคอนกรีตพบว่าการใช้ GPOFA ในคอนกรีต สามารถ ช่วยลดการแทรกซึมคลอไรด์ได้ ทั้งนี้เนื่องจาก GPOFA มีอนุภาคขนาดเล็กกว่าปูนซีเมนต์มีส่วนช่วยใน การเติมเต็มช่องว่างในเนื้อคอนกรีต ทำให้สารละลายคลอไรด์แทรกซึมเข้าเนื้อคอนกรีตได้ยากขึ้น ในขณะที่การเกิดสนิมของเหล็กเสริมในคอนกรีต เมื่อพิจารณาในระดับความลึกที่มากขึ้น พบว่าการใช้ GPOFA ส่งผลให้การเกิดสนิมเหล็กลดลงอย่างเห็นได้ชัดโดยเกิดสนิมเหล็กน้อยกว่ากลุ่มคอนกรีต ควบคุม CT-SRC และการเกิดสนิมของเหล็กเสริมในคอนกรีตมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อแทนที่ปูนซีเมนต์ ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 5 ด้วย GPOFA มากขึ้น สำหรับการประเมินต้นทุนการผลิตคอนกรีต พบว่า GPOFA สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ร้อยละ 2-6 ในขณะที่มีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนได ออกไซต์น้อยกว่า คอนกรีต CT-SRC ร้อยละ 24-40 สรุปได้ว่า การใช้ GPOFA แทนที่ SRC ใน อัตราส่วนที่เหมาะสม คือไม่เกินร้อยละ 30 โดยน้ำหนักของวัสดุประสาน เพื่อรักษากำลังอัดและความ ทนทานของคอนกรีตในสภาวะแวดล้อมทะเล สำหรับงานที่ไม่ต้องการกำลังอัดสูง หรืองานที่ต้องการ รับกำลังอัดในระยะยาว อาจพิจารณาใช้ GPOFA ในอัตราส่วนร้อยละ 30 และ 40 โดยน้ำหนักของ วัสดุประสาน เนื่องจากคอนกรีตที่ใช้ GPOFA มีการพัฒนากำลังอัดในระยะยาวที่ดีกว่า ทั้งยังสามารถ ต่อต้านผลกระทบจากสภาวะน้ำทะเลที่ส่งผลต่อกำลังอัดของคอนกรีตได้ดีว่า เพื่อลดต้นทุนและ ปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู้ชั้นบรรยากาศจากการผลิตคอนกรีตกำลังสูง |
| รายละเอียดการนำไปใช้งาน | - |
| เอกสารประกอบโครงการ |
|
ทีมวิจัย

หัวหน้าโครงการ
| ที่ | นักวิจัย | หน่วยงาน | ตำแหน่งในทีม | การมีส่วนร่วม (%) |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ทวิช กล้าแท้ | วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและการจัดการ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช | หัวหน้าโครงการ | 55 |
| 2 | นภดล ศรภักดี | วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและการจัดการ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช | ผู้ร่วมวิจัย | 15 |
| 3 | ชูเกียรติ ชูสกุล | วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและการจัดการ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช | ผู้ร่วมวิจัย | 15 |
| 4 | ดร. สุพร ฤทธิภักดี | วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและการจัดการ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช | ผู้ร่วมวิจัย | 15 |