การวิจัยและพัฒนากากตะกอนน้ำมันปาล์มเสริมด้วยเอนไซม์ เพื่อการใช้ประโยชน์เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับไก่เนื้อ

The Research and Development of Palm Oil Sludge Supplemented with mixed enzymes to Utilization as Feedstuff for Broilers

รายละเอียดโครงการ

ปีงบประมาณ 2567
หน่วยงานเจ้าของโครงการ
ลักษณะโครงการ โครงการใหม่
ประเภทโครงการ โครงการเดี่ยว
ประเภทงานวิจัย โครงการประยุกต์
วันที่เริ่มโครงการวิจัย (พ.ศ.) 1 ตุลาคม 2566
วันที่สิ้นสุดโครงการวิจัย (พ.ศ.) 30 กันยายน 2567
วันที่ได้รับทุนวิจัย (พ.ศ.) 1 พฤศจิกายน 2566
ประเภททุนวิจัย ทุน ววน.
สถานะโครงการ แล้วเสร็จ(ค้างส่งผลผลิต)
เลขที่สัญญา-
เป็นโครงการวิจัยที่ใช้ในการจบการศึกษา ไม่ใช่
เป็นโครงการวิจัยรับใช้สังคม ไม่ใช่
บทคัดย่อโครงการ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการวิจัยและพัฒนากากตะกอนน้ำมันปาล์มเสริมด้วยเอนไซม์ เพื่อการใช้ประโยชน์เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับไก่เนื้อ โดยแบ่งออกเป็น 2 การทดลอง คือ

การทดลองที่ 1 เป็นการประเมินคุณค่าทางโภชนาการของกากตะกอนปาล์มน้ำมันเพื่อการใช้ประโยชน์เป็นวัตถุดิบอาหารของไก่เนื้อ ซึ่งกากตะกอนน้ำมันปาล์ม (palm oil sludge : POS) นั้น เป็นส่วนที่เหลือจากโรงงานที่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำเสียได้ง่าย ได้จากการนำน้ำมันปาล์มดิบไปตกตะกอน แล้วนำกากตะกอนมาหมักทำให้มีโปรตีนสูงขึ้นและเยื่อใยลดลง ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนะ ได้แก่ ปริมาณวัตถุแห้ง โปรตีนรวม ไขมันรวม เยื่อใยรวม เถ้า ไนโตรเจนฟรีเอกซ์แทรก แคลเซียม และฟอสฟอรัส เท่ากับ 94.48, 14.46, 7.13, 15.47, 19.85, 43.09, 0.270 และ 0.606 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และมีพลังงานรวม เท่ากับ 2,932 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม และเมื่อประเมินการย่อยได้ของวัตถุแห้งของสูตรอาหารผสมกากตะกอนน้ำมันปาล์มที่ระดับ 0, 5, 10, 15, 20 (ที่ไม่เสริมเอนไซม์) และสูตรอาหารผสมกากตะกอนน้ำมันปาล์มที่ระดับ 0, 5, 10, 15, 20 (ที่เสริมเอนไซม์) ในไก่เนื้อนั้น มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 67.92, 65.16, 64.09, 62.09, 61.60, 72.61, 69.78, 68.21 และ 66.87 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ซึ่งไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05)

การทดลองที่ 2 เป็นผลของระดับกากตะกอนน้ำมันปาล์มเสริมด้วยเอนไซม์ในสูตรอาหารต่อสมรรถภาพการผลิต และคุณภาพซากของไก่เนื้อ ใช้ไก่เนื้อเพศผู้ อายุ 1 วัน จำนวน 900 ตัว แบ่งออก เป็น 9 กลุ่มๆ ละ 5 ซ้ำ ๆ ละ 20 ตัว วางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด (completely randomized design: CRD) ให้ไก่ได้รับอาหารที่มีระดับกากตะกอนน้ำมันปาล์มในสูตรอาหารที่แตกต่าง 9 สูตร คือ 0 (สูตรควบคุม), 5, 10, 15, 20 (ไม่เสริมเอนไซม์), 0, 5, 10, 15, 20 (ที่เสริมเอนไซม์) ตามลำดับ ในช่วงอายุ 0 6 สัปดาห์ โดยแบ่งระยะการเจริญเติบโตของไก่แดงออกเป็นระยะ 0 3 และ 3–6 สัปดาห์ สูตรอาหารทดลองทุกสูตรในแต่ละระยะของการเจริญเติบโตจะปรับให้มีระดับของโปรตีน เท่ากับ 22 และ 20 เปอร์เซ็นต์ และพลังงานที่ใช้ประโยชน์ได้ เท่ากับ 3,050 และ 3,200 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัม ตามลำดับ ไก่ทุกตัวได้รับอาหารและน้ำแบบเต็มที่ (ad libitum) จากผลการศึกษาพบว่า ในช่วงอายุ 0 3 สัปดาห์ ระดับ POS และการเสริมเอนไซม์มีผลต่อการกินอาหาร น้ำหนักตัว การเพิ่มน้ำหนัก และอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ขณะที่ในช่วงอายุ 3 6

(ค)

สัปดาห์ การเสริมเอนไซม์ร่วมกับ POS ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตและอัตราการเพิ่มน้ำหนักเฉลี่ยต่อวันอย่างชัดเจน (P<0.01) เมื่อพิจารณาตลอดช่วงการทดลอง 0––6 สัปดาห์ ไก่ที่ได้รับอาหารผสม POS เสริมเอนไซม์ให้ค่าน้ำหนักตัวสุดท้ายและการเพิ่มน้ำหนักสูงกว่ากลุ่มไม่เสริมเอนไซม์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการตาย อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัว และต้นทุนอาหารต่อการเพิ่มน้ำหนักตัว นอกจากนี้ การใช้ POS ทั้งที่ไม่เสริมและเสริมเอนไซม์ไม่ส่งผลต่อเปอร์เซ็นต์ซากและลักษณะคุณภาพซากของไก่เนื้ออย่างมีนัยสำคัญ (P>0.05) ผลการศึกษานี้สรุปได้ว่า กากตะกอนน้ำมันปาล์มสามารถใช้เป็นวัตถุดิบอาหารไก่เนื้อได้ถึงระดับ 20% โดยเฉพาะเมื่อเสริมเอนไซม์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโตโดยไม่กระทบต่อคุณภาพซาก

ค้าส้าคัญ กากตะกอนน้ำมันปาล์ม เอนไซม์ วัตถุดิบอาหารสัตว์ ไก่เนื้อ

1คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อ.ทุ่งใหญ่ จ. นครศรีธรรมราช 80240

2คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อ.ทุ่งใหญ่ จ. นครศรีธรรมราช 80240

รายละเอียดการนำไปใช้งาน
เอกสารประกอบโครงการ
  • -

ทีมวิจัย

หัวหน้าโครงการ
ที่ นักวิจัย หน่วยงาน ตำแหน่งในทีม การมีส่วนร่วม (%)
1ผศ. ประพจน์ มลิวัลย์คณะเกษตรศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชหัวหน้าโครงการ50
2นวลนพมล ศรีอุทัยคณะเกษตรศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย10
3สุณิษา คงทองคณะสัตวแพทยศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย20
4ผศ. สมคิด ชัยเพชรคณะเกษตรศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย20