ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต้นแบบการจัดการภาคเกษตรจากเกษตรกร บุคคล และสถาบัน เกษตรดีเด่นแห่งชาติในภาคใต้14 จังหวัดของไทย

Policy recommendations for agricultural sector management model for farmers, individuals, and the National Institute of Outstanding Agriculture in 14 southern provinces of Thailand

รายละเอียดโครงการ

ปีงบประมาณ 2567
หน่วยงานเจ้าของโครงการ
ลักษณะโครงการ โครงการใหม่
ประเภทโครงการ โครงการเดี่ยว
ประเภทงานวิจัย โครงการพื้นฐาน
วันที่เริ่มโครงการวิจัย (พ.ศ.) 1 ตุลาคม 2566
วันที่สิ้นสุดโครงการวิจัย (พ.ศ.) 30 กันยายน 2567
วันที่ได้รับทุนวิจัย (พ.ศ.) 1 พฤศจิกายน 2566
ประเภททุนวิจัย ทุน ววน.
สถานะโครงการ แล้วเสร็จ(ค้างส่งผลผลิต)
เลขที่สัญญา
เป็นโครงการวิจัยที่ใช้ในการจบการศึกษา ไม่ใช่
เป็นโครงการวิจัยรับใช้สังคม ไม่ใช่
บทคัดย่อโครงการ

การศึกษาวิจัยเรื่อง ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต้นแบบการจัดการภาคเกษตรจากเกษตรกร

บุคคล และสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติในพื้นที่ภาคใต้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์

รูปแบบการจัดการภาคเกษตรที่นำไปสู่ความสำเร็จ โดยครอบคลุมเกษตรกรและบุคคลดีเด่น ปราชญ์

เกษตรของแผ่นดิน สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ที่ได้รับรางวัลระดับชาติในช่วงปี พ.ศ. 2551–2566

รวมระยะเวลา 15 ปี ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน

(Mixed Methods Research) จากกลุ่มตัวอย่างรวมทั้งสิ้น 611 ราย ประกอบด้วยเกษตรกรและ

บุคคลดีเด่น 41 ราย ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน 13 ราย คณะกรรมการและสมาชิกสหกรณ์ดีเด่น

280 ราย และคณะกรรมการและสมาชิกกลุ่มเกษตรกรดีเด่น 330 ราย เพื่อสะท้อนภาพรวมเชิง

โครงสร้างของภาคเกษตรภาคใต้ในระดับรายบุคคล องค์กร และเครือข่ายเชิงสถาบันอย่างเป็นระบบ

ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบการจัดการภาคเกษตรที่นำไปสู่ความสำเร็จมีลักษณะร่วมที่สำคัญ

ได้แก่ (1) การจัดการการผลิตที่สอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่และทรัพยากรที่มีอยู่ (2) การลดความ

เสี่ยงด้านรายได้ผ่านการกระจายกิจกรรมการผลิตและการไม่พึ่งพากิจกรรมหรือพืชชนิดเดียว (3) การ

ควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างเป็นระบบ และ (4) การให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และความ

ปลอดภัยของสินค้า มากกว่าการเพิ่มปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่ม

ตัวอย่างจำนวนมากมีการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าโดยเชื่อมโยงการผลิต การแปรรูป และการตลาด

เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้สามารถเพิ่มมูลค่าและรักษาเสถียรภาพรายได้ในระยะยาว

ในระดับเกษตรกรรายบุคคล ชี้ให้เห็นว่า เกษตรกรดีเด่นในทุกสาขาอาชีพมีแนวโน้มจัดการ

ฟาร์มในลักษณะผสมผสาน โดยเกินกว่าครึ่งหนึ่งมีอย่างน้อย 2–3 กิจกรรมการผลิตภายในฟาร์ม

เดียวกัน ใช้ทรัพยากรภายในฟาร์มและชุมชนเป็นฐานหลักในการผลิต ลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจาก

ภายนอก และเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่มากกว่าการลงทุนเชิงขยายขนาด แนวทาง

ดังกล่าวช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย เพิ่มความยืดหยุ่นต่อความผันผวนของราคาและสภาพภูมิอากาศ และ

เสริมสร้างความมั่นคงด้านรายได้ในระยะยาว

1 อาจารย์ สาขาธุรกิจเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงศรีวิชัย อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

2 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงศรีวิชัย อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

3 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงศรีวิชัย อำเภอทุ่งสง จั

งหวัดนครศรีธรรมราช

4 อาจารย์ สาขาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ในระดับกลุ่มและสถาบันเกษตรกร พบว่ากลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้าน

เกษตรกร กลุ่มยุวเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้าง

อำนาจต่อรอง ลดต้นทุนการผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูปและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดย

สถาบันเกษตรกรกว่า 2 ใน 3 มีโครงสร้างการบริหารจัดการในลักษณะองค์กรชุมชนที่มีการมีส่วนร่วม

โปร่งใส และยึดโยงด้วยทุนทางสังคม ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจระหว่างสมาชิก ซึ่งเป็นฐาน

สำคัญของความยั่งยืนเชิงสถาบัน

สำหรับสหกรณ์ มักมีผลการดำเนินงานเด่นมีโครงสร้างการบริหารจัดการที่ชัดเจน แยก

บทบาทคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และสมาชิกอย่างเป็นระบบ มีวินัยทางการเงินและบัญชีที่โปร่งใส

ตรวจสอบได้ และมีพอร์ตธุรกิจครบวงจร ครอบคลุมการรวบรวมผลผลิต การแปรรูป การจัดหาปัจจัย

การผลิต สินเชื่อ และสวัสดิการสมาชิก ส่งผลให้สหกรณ์สามารถยกระดับบทบาทจาก “ผู้รับซื้อ

ผลผลิต” ไปสู่ “กลไกจัดการความเสี่ยงด้านรายได้และตลาดของสมาชิก” ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดังนั้น ผลการศึกษาในครั้งนี้จึงจะนำไปสู่แนวทางการสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาภาคเกษตร

สมัยใหม่ที่มองการเกษตรเป็น “ระบบเศรษฐกิจเชิงพื้นที่” มากกว่ากิจกรรมการผลิตรายเดี่ยว

สอดคล้องกับหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ แนวคิดเศรษฐศาสตร์สถาบัน และยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึง

แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ในแนวทางการพัฒนาแบบ “Hold and Maintain” ที่มุ่งเสริมสร้างความ

เข้มแข็งจากฐานเดิม ควบคู่การยกระดับสมรรถนะเชิงสถาบันและการปรับตัวต่อกติกาการค้าและ

ความเสี่ยงใหม่ ผลการศึกษาจึงมีนัยสำคัญต่อการออกแบบนโยบายและมาตรการพัฒนาภาคเกษตร

ไทยให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

คำสำคัญ: ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย, การจัดการภาคเกษตร, เกษตรกรดีเด่น, สถาบันเกษตรกรดีเด่น,

ภาคใต้

รายละเอียดการนำไปใช้งาน
เอกสารประกอบโครงการ
  • -

ทีมวิจัย

หัวหน้าโครงการ
ที่ นักวิจัย หน่วยงาน ตำแหน่งในทีม การมีส่วนร่วม (%)
1ไพศาล กะกุลพิมพ์คณะเกษตรศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชหัวหน้าโครงการ60
2ณปภัช ช่วยชูหนูคณะเกษตรศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย10
3จรีวรรณ จันทร์คงคณะเกษตรศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย10
4ดร. พรรณผกา สินอำพรคณะเกษตรศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย10
5มณี ศรีชะนันท์คณะเกษตรศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย10