โครงการวิจัย
การประยุกต์ใช้วงจรกรองโวลเทอราอันดับที่สามสำหรับการปรับปรุงความคมชัดของภา พอัลตร้าซาวด์แบบไม่เชิงเส้น
Application of Third-Order Volterra Filter for Contrast Improvement of Nonlinear Ultrasound Imaging
รายละเอียดโครงการ
| ปีงบประมาณ | 2569 |
| หน่วยงานเจ้าของโครงการ | |
| ลักษณะโครงการ | โครงการใหม่ |
| ประเภทโครงการ | โครงการเดี่ยว |
| ประเภทงานวิจัย | โครงการวิจัยและพัฒนา |
| วันที่เริ่มโครงการวิจัย (พ.ศ.) | 1 ตุลาคม 2568 |
| วันที่สิ้นสุดโครงการวิจัย (พ.ศ.) | 30 กันยายน 2569 |
| วันที่ได้รับทุนวิจัย (พ.ศ.) | 1 ตุลาคม 2568 |
| ประเภททุนวิจัย | ทุน ววน. |
| สถานะโครงการ | อยู่ระหว่างดำเนินการ |
| เลขที่สัญญา | |
| เป็นโครงการวิจัยที่ใช้ในการจบการศึกษา | ไม่ใช่ |
| เป็นโครงการวิจัยรับใช้สังคม | ไม่ใช่ |
| บทคัดย่อโครงการ | การตรวจวินิจฉัยโรคในทางการแพทย์ด้วยภาพอัลตร้าซาวด์โดยใช้วิธีการทั่วไปนี้เรียกว่าภาพ B-mode หรือภาพแบบเชิงเส้น วิธีนี้มีปัญหาเรื่องความคมชัดของภาพไม่ดีเท่าที่ควร สาเหตุเนื่องจากสัญญาณสะท้อนกลับต่ำในบริเวณของอวัยวะร่างกายบางส่วน ปัจจุบันได้มีการนำสารเพิ่มความคมชัดสำหรับอัลตราซาวด์ (Ultrasound contrast agent) มาใช้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณสะท้อนกลับร่วมกับใช้เทคนิคการประมวลผลสัญญาณ สำหรับแยกองค์ประกอบความถี่ที่มีนัยสำคัญต่อการปรับปรุงความคมชัดภาพออกมาสร้างเป็นภาพอัลตราซาวด์ คุณลักษณะไม่เป็นเชิงเส้น (Nonlinear) ทางความถี่ของสัญญาณสะท้อนกลับจากสารเพิ่มความคมชัดประกอบด้วย องค์ประกอบของความถี่มูลฐาน (Fundamental frequency: f0), ซับฮาร์มอนิก (Subharmonic: f0/2), ฮาร์มอนิกที่สอง (Second-harmonic: 2f0), และอัลตร้าฮาร์มอนิก (Ultraharmonic: 3f0/2) มีความแตกต่างจากบริเวณเนื้อเยื่อโดยรอบที่ประกอบด้วย องค์ประกอบความถี่มูลฐานและฮาร์มอนิกที่สอง การปรับปรุงความคมชัดของภาพอัลตราซาวด์จะต้องใช้เทคนิคการประมวลสัญญาณดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพสำหรับการแยกองค์ประกอบความถี่ที่มีนัยสำคัญออกมาสร้างภาพอัลตราซาวด์ ดังนั้นการออกแบบวงจรกรองความถี่ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ ความคมชัดของภาพสามารถวัดได้ในเชิงปริมาณของอัตราส่วนของกำลังเฉลี่ยบริเวณที่มีสารเพิ่มความคมชัดต่อกำลังเฉลี่ยบริเวณเนื้อเยื่อ (Contrast-to-tissue ratio; CTR) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาการปรับปรุงความคมชัดของภาพมีสามเทคนิคหลักที่ใช้ประกอบด้วย ตัวกรองความถี่แถบผ่าน (ฺBandpass filter), เทคนิคพัลส์อินเวอร์ชัน (Pulse inversion) และตัวกรองโวลเทอรา (Volterra filter) นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยการปรับปรุงความคมชัดนั้นคือ การเลือกใช้องค์ประกอบความถี่สำหรับสร้างภาพ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่ใช้องค์ประกอบฮาร์มอนิกที่สอง (2f0) และเทคนิคการประมวลผลสัญญาณพบว่า การใช้ตัวกรองโวลเทอรามีความมีประสิทธิภาพให้ค่าความคมชัดภาพดีกว่าเมื่อเทียบกับตัวกรองความถี่แถบผ่านและวิธีพัลส์อินเวอร์ชัน อย่างไรก็ตามองค์ประกอบซับฮาร์มอนิก (f0/2) และอัลตร้าฮาร์มอนิก (3f0/2) มีประเด็นที่น่าสนใจในการดึงศักยภาพองค์ประกอบความถี่นี้มาใช้ใช้สร้างภาพอัลตร้าซาวด์ข้อดีคือ การกำเนิดความถี่เฉพาะบริเวณที่มีสารเพิ่มความคมชัดแต่ไม่มีกำเนิดความถี่ในบริเวณเนื้อเยื่อซึ่งมีความแตกต่างจากฮาร์มอนิกที่สอง (2f0) ที่กำเนิดในบริเวณเนื้อเยื่อด้วย นั้นหมายความว่าภาพที่ได้รับมีความคมชัดที่สูงมากเทียบกับภาพจากฮาร์มอนิกที่สองและภาพวิธีโดยทั่วไป เพื่อเป็นการเพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับปรุงคุณภาพความคมชัดของภาพอัลตราซาวด์
โครงการวิจัยนี้มีความสนใจที่จะนำข้อเด่นของทั้งสองปัจจัยหลักนั้นคือ
การเลือกใช้องค์ประกอบความถี่รวมซับและอัลตร้าฮาร์มอนิก (f0/2 และ 3f0/2) และการใช้ตัวกรองโวลเทอราสำหรับการปรับปรุงความคมชัดของภาพอัลตร้าซาวด์
ซึ่งด้วยข้อดีของทั้งสองปัจจัยนี้จะทำให้ได้ภาพอัลตร้าซาวด์ที่มีความคมชัดสูงมาก
ข้อดีนี้จะเป็นการนำไปสู่การประยุกต์ใช้เป็นภาพอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการตรวจวินิจฉัยโรคด้านการแพทย์และการตรวจวิเคราะห์คุณลักษณะของเนื้อเยื่อด้วยภาพอัลตร้าซาวด์ที่ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่น่าสนในการหาผลเฉลยของการออกแบบตัวกรองโวลเทอราสำหรับแยกองค์ประกอบรวมของซับและอัลตร้าฮาร์มอนิกพร้อมกัน
โดยคุณสมบัติของตัวกรองโวลเทอราที่ใช้กันทั่วไปเรียกว่าแบบหนึ่งอินพุตหนึ่งเอาท์พุต
(Single-input-single-output; SISO)
นั้นมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถใช้ได้กับองค์ประกอบซับและอัลตร้าฮาร์มอนิก ดังนั้นงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์จะทำการศึกษาตรวจสอบการประยุกต์ใช้อนุกรมโวลเทอราอันดับที่สามที่สามารถครอบคลุมผลตอบสนองความไม่เป็นเชิงเส้นด้วยแนวทางแบบจำลอง
วิเคราะห์คุณสมบัติของค่าเอกลักษณ์ตัวกรองที่เหมาะสมสำหรับแยกองค์ประกอบรวมของความถี่ซับและอัลตร้าฮาร์มอนิก
และทำการประเมินผลความสามารถของตัวกรองในเทอมค่าความคมชัด (CTR) ของภาพ โดยทำการศึกษาเปรียบเทียบกับเทคนิคพัลส์อินเวอร์ชันและวิธีการทั่วไป
(B-mode) เพื่อเป็นการยืนยันความสามารถและศักยภาพของตัวกรองที่ออกแบบ |
| รายละเอียดการนำไปใช้งาน | 1. ได้องค์ความรู้ใหม่การออกแบบตัวกรองโวลเทอราสำหรับสร้างภาพอัลตร้าซาวด์ซับและอัลตร้า ฮาร์มอนิกที่มีความคมชัดสูงเมือเทียบกับเทคนิคอื่นๆ 2. ชื่อเสียงทางวิชาการผ่านการนำเสนองานในที่ประชุมวิชาการและ ตีพิมพ์บทความในวารสารนานาชาติ 3. ผลงานที่ได้นี้สามารถที่จะนำไปเผยแพร่ในวารสาร สามารถใช้เป็นแหล่งอ้างอิง ทางวิชาการได้ทั้งในและ ต่างประเทศ ผู้ที่จะได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย 1. นักวิจัย วงการวิชาการและนักศึกษา 2. อุตสาหกรรมเครื่องอัลตร้าซาวด์ทางการแพทย์ แนวทางการนำผลงานไปขยายผล/ใช้ประโยชน์ 1. ได้เทคนิคการสร้างภาพอัลตร้าซาวด์ด้วยสารเพิ่มความคมชัดเป็นที่สนใจของบริษัทเครื่องสแกนอัลตร้าซาวนด์สามารถนำไปจัดสร้างเป็นภาพอัลตร้าซาวด์ที่มีความคมชัดสูงอีกหนึ่งทางเลือกได้ 2. นำองค์ความรู้ไปใช้ในการเรียนการสอนรายวิชาที่เกี่ยวข้องได้และเป็นการเปิดโอกาสนำแนวคิดของอัลกอริธึมที่พัฒนาขึ้นไปพัฒนาต่อยอดได้ |
| เอกสารประกอบโครงการ |
|
ทีมวิจัย

| ที่ | นักวิจัย | หน่วยงาน | ตำแหน่งในทีม | การมีส่วนร่วม (%) |
|---|---|---|---|---|
| 1 | จินดา สามัคคี | คณะวิศวกรรมศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย สงขลา | หัวหน้าโครงการ | 60 |