โครงการวิจัย
เปรียบเทียบปริมาณสารพฤกษเคมีของรากอบเชยเถา (Zygostelma benthamii Baill) ที่เพาะเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อและสภาพธรรมชาติเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์สมุนไพร
The comparison of phytochemical contents of Zygostelma benthamii Baill between tissue culture and natural explants for herbal products.
รายละเอียดโครงการ
| ปีงบประมาณ | 2569 |
| หน่วยงานเจ้าของโครงการ | |
| ลักษณะโครงการ | โครงการใหม่ |
| ประเภทโครงการ | โครงการเดี่ยว |
| ประเภทงานวิจัย | โครงการพื้นฐาน |
| วันที่เริ่มโครงการวิจัย (พ.ศ.) | 1 ตุลาคม 2568 |
| วันที่สิ้นสุดโครงการวิจัย (พ.ศ.) | 30 กันยายน 2569 |
| วันที่ได้รับทุนวิจัย (พ.ศ.) | 1 ตุลาคม 2568 |
| ประเภททุนวิจัย | ทุน ววน. |
| สถานะโครงการ | อยู่ระหว่างดำเนินการ |
| เลขที่สัญญา | 215119 |
| เป็นโครงการวิจัยที่ใช้ในการจบการศึกษา | ไม่ใช่ |
| เป็นโครงการวิจัยรับใช้สังคม | ไม่ใช่ |
| บทคัดย่อโครงการ | การใช้พืชสมุนไพรที่ได้จากธรรมชาติมาเป็นส่วนประกอบในการผลิตตำรับยา
เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ยังมีข้อกังวลอยู่มากในเรื่องสิ่งเจือปนที่ยังไม่ได้มาตรฐาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งธาตุโลหะหนักที่มักจะพบเกินมาตรฐานอยู่บ่อย ๆ
ซึ่งมักจะปนเปื้อนมากับวัสดุปลูก
ดินในแหล่งที่ปลูกอาจจะมีธาตุโลหะเหล่านี้ในปริมาณที่สูงอยู่แล้ว
นอกจากนี้ยังพบสารเคมีกำจัดแมลงที่เกิดจากการจัดการแปลงของเกษตรกรเองอีกด้วย
มีการรายงานการปนเปื้อนโลหะหนักในยาสมุนไพรแผนโบราณมาอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงพืชในสภาพปลอดเชื้อเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการเพิ่มจำนวนพืชจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
และยังสามารถเพิ่มจำนวนเฉพาะส่วนของพืชที่ต้องการอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ยอด ราก หรือส่วนอื่น ๆ ของพืช การเพาะเลี้ยงพืชในสภาพปลอดเชื้อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะสามารถสร้างชิ้นส่วนเนื้อเยื่อพืชให้ปราศจากเชื้อและสารเคมีปนเปื้อนได้
เนื่องจากหลักการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชคือการพาะชิ้นส่วนพืชหรือพืชทั้งต้นในระบบปิด
จึงสามารถควบคุมอาหาร เชื้อโรค และธาตุต่างๆ ได้
ชิ้นส่วนพืชที่ได้จึงมีความปลอดภัยจากการปนเปื้อนสารโลหะหนัก และสารเคมีอื่นๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อการนำไปเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับมนุษย์หรือสัตว์ต่างๆ
สูงมาก ในงานวิจัยครั้งนี้จึงเห็นถึงความสำคัญของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชในสภาพปลอดเชื้อ
โดยฉพาะพืชสมุนไพรที่ต้องนำชิ้นส่วนพืชมาผลิตผลิตภัณฑ์ทางยาและเครื่องสำอาง ซึ่งต้องการคุณภาพและความปลอดภัยทั้งเชื้อโรคและสารปนเปื้อนสูง
จึงใช้อบเชยเถา (Zygostelma
benthamii
Baill) เป็นพืชทดลอง
เนื่องจากเป็นพืชสมุนไพรที่ใช้ชิ้นส่วนรากเป็นสำคัญในการปรุงยา
ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ใต้ดินมีโอกาสสะสมสารปนเปื้อนต่างๆ ในดินได้มากกว่าส่วนอื่นๆ
ทั้งนี้เพื่อเปรียบเทียบปริมาณสารพฤกษเคมีของรากอบเชยเถา
ที่ขึ้นเองในดินตามธรรมชาติกับการชักนำให้เกิดรากในสภาพปลอดเชื้อ
ว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน
ซึ่งจะสามารถนำมาใช้ประเมินการผลิตพืชสมุนไพรที่มีคุณภาพและความปลอดภัยที่มีมาตรฐานสูง
เพื่อเป็นต้นแบบการผลิตวัตถุดิบปรุงยาในพืชสมุนไพรอื่นๆ และในระดับอุตสาหกรรมต่อไป |
| รายละเอียดการนำไปใช้งาน | ด้านเศรษฐกิจ ลดต้นทุนการจัดการด้านความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ทางยาและเครื่องสำอาง ด้านสังคม เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ทางยาและเครื่องสำอาง ด้านสิ่งแวดล้อม ลดขั้นตอนและสารเคมีจากกระบวนการจัดการกำจัดสารปนเปื้อนจากพืชสมุนไพรที่เป็นสารตั้งต้นในการผลิตผลิตภัณฑ์ทางยาและเครื่องสำอาง |
| เอกสารประกอบโครงการ |
|
ทีมวิจัย
| ที่ | นักวิจัย | หน่วยงาน | ตำแหน่งในทีม | การมีส่วนร่วม (%) |
|---|---|---|---|---|
| 1 | คมสัน นันทสุนทร | คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช | หัวหน้าโครงการ | 60 |
| 2 | ดร. ฐิติกร พรหมบรรจง | คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช | ผู้ร่วมวิจัย | 40 |