การพัฒนาระบบอัจฉริยะสำหรับเพาะเลี้ยงกบเนื้อเพื่อขยายตลาดเชิงพาณิชย์

The Development and Intelligent system for raising meat frogs to expand the commercial market

รายละเอียดโครงการ

ปีงบประมาณ 2569
หน่วยงานเจ้าของโครงการ
ลักษณะโครงการ โครงการใหม่
ประเภทโครงการ โครงการเดี่ยว
ประเภทงานวิจัย โครงการวิจัยและพัฒนา
วันที่เริ่มโครงการวิจัย (พ.ศ.) 1 ตุลาคม 2568
วันที่สิ้นสุดโครงการวิจัย (พ.ศ.) 30 กันยายน 2569
วันที่ได้รับทุนวิจัย (พ.ศ.) 11 พฤศจิกายน 2568
ประเภททุนวิจัย ทุน วช.
สถานะโครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการ
เลขที่สัญญา215125
เป็นโครงการวิจัยที่ใช้ในการจบการศึกษา ไม่ใช่
เป็นโครงการวิจัยรับใช้สังคม ไม่ใช่
บทคัดย่อโครงการ

สังคมไทยในปัจจุบันกำลังเข้าสู่สังคมที่มีการแข่งขันด้านการค้า  ซึ่งหลากหลายประเทศมีการบริหารจัดการการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจเพื่อก่อให้เกิดรายได้จาการสั่งซื้อและส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน  ปัจจุบันมีการเลือกรับประทานโปรตีนที่เป็นทางเลือกเพื่อทดแทนสัตว์เศรษฐกิจ เช่น เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อหมู เป็นต้น  เนื่องจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการเพาะเลี้ยงเพื่อการค้าทำให้กลุ่มลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น เกิดการเปรียบเทียบราคาทุนและเกิดปัญหาการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์ที่ผิดกฎหมาย  ดังนั้นการเลี้ยงสัตว์ที่เป็นโปรตีนทางเลือกเพื่อหลีกเลี้ยงการกดราคาจากผู้ค้าส่งและเปิดโอกาสให้วิสาหกิจชุมชนที่เพาะเลี้ยงสัตว์ที่สามารถนำมาประกอบอาหารเพื่อเป็นโปรตีนทดแทน อาทิเช่น กบเนื้อ  เนื้อแพะ  เนื้อนกกระจอกเทศ และตั๊กแตนเป็นต้น  สำหรับกบเนื้อเป็นการเพาะเลี้ยงจากการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงกบเพื่อแปรรูปอาหารบ้านทุ่งโพธิ์ อำเภอเทพา เพื่อจำหน่ายในรูปแบบเนื้อสด หรือเนื้อหั่นชิ้น  จำหน่ายในกลุ่มลูกค้าที่พื้นที่จังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส  ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงกบเนื้อมีจุดเด่นที่พื้นที่มีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะเลี้ยงกบเนื้อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอีกทั้งการเพาะเลี้ยงแบบบ่อธรรมชาติ กระบวนการเพาะเลี้ยงกบเนื้อมีวิธีดำเนินการอย่างเรียบง่าย  ประหยัด  มีความปลอดภัยจากสารเคมี  ไม่เป็นอันตรายต่อผู้เพาะเลี้ยง ผู้บริโภคและชุมชนข้างเคียง  เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม  ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้การวางไข่กบเนื้อในแต่ละครั้งมีการรอดตายสูงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติ  อีกทั้งเมื่อถึงช่วงฤดูกบจำศีลทำให้กบมีน้ำหนักตัวน้อยทำให้ผู้เพาะเลี้ยงขาดรายได้จากการจำหน่ายและน้ำหนักเนื้อกบที่ไม่สม่ำเสมอทำให้มีรายได้ลดลง  อีกทั้งหีบห่อผลิตภัณฑ์ยังไม่มีการออกแบบโลโก้หรือบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและได้มาตรฐานสำหรับจัดจำหน่าย  ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงกบเนื้อมีความต้องการด้านระบบการเพาะเลี้ยงที่มีระบบควบคุมอัตโนมัติเพื่อเป็นต้นแบบการเลี้ยงกบเนื้อด้วยระบบอัจฉริยะที่ประยุกต์กับเทคโนโลยีเพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมและการให้อาหารที่มีความสม่ำเสมอเพื่อให้กบมีสุขภาพแข็งแรงเจริญเติบโตเร็วได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น  สามารถจำหน่ายเนื้อกบแปรรูปคุ้มค่า

ด้วยเหตุผลดังกล่าวผู้วิจัยจึงสนใจพัฒนาการพัฒนาระบบอัจฉริยะสำหรับเพาะเลี้ยงกบเนื้อเพื่อเพิ่มมูลค่าสู่ตลาดการแข่งขันเชิงพาณิชย์ โดยพัฒนาเป็นต้นแบบโรงเรือนเพาะเลี้ยงกบเนื้อที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบอัจฉริยะเพื่อควบคุมคุณภาพของการเพาะเลี้ยงกบเนื้อภายในระบบปิด  มีระบบการให้อาหารที่ตรงตามเวลา  การตรวจสอบคุณภาพน้ำและค่า PH ที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของกบเนื้ออย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง  เพื่อให้ได้ผลผลิตสำหรับขยายตลาดจำหน่ายกบเนื้อ  อีกทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์จากเดิมเป็นถุงพลาสติกแบบซีนปิดปากถุงเป็นหีบห่อที่มีแพคเกจที่มีโลโก้ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีความสวยงาม ในรูปแบบเนื้อกบสด  เนื้อกบลอกหนังสำหรับนำไปแปรรูปที่มีการบ่งบอกน้ำหนักเนื้อกบ กระบวนการผลิตและแหล่งที่มาจากการเพาะเลี้ยงแบบระบบอัจฉริยะที่ควบคุณภาพของกบเนื้อและมีมาตรฐานรองรับเพื่อจัดจำหน่ายในกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเนื้อกบเดิมและขยายตลาดสินค้ากบเนื้อไปยังกลุ่มลูกค้าที่สนใจสินค้าเนื้อกบเพื่อบริโภค

รายละเอียดการนำไปใช้งาน

1  ได้ระบบอัจฉริยะสำหรับเพาะเลี้ยงกบเนื้อเพื่อเพิ่มมูลค่าสู่ตลาดการแข่งขัน ที่สามารถสั่งการผ่านการควบคุมเปิด-ปิดน้ำ ได้แบบเรียลไทม์

2.  ช่วยให้กบเนื้อที่เลี้ยงในระบบสมาร์ทฟาร์มมีคุณภาพของเนื้อกบที่มีคุณภาพดีขึ้น

3  กลุ่มวิสาหกิจชมชนเพาะเลี้ยงกบเนื้อได้หีบห่อผลิตภัณฑ์ที่สวยงามและมีความเป็นสากลสำหรับจำหน่าย

4  เป็นต้นแบบที่สามารถเปิดเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้จากบุคลากรทางการศึกษาหรือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกบเนื้อ

เอกสารประกอบโครงการ
  • -

ทีมวิจัย

หัวหน้าโครงการ
ที่ นักวิจัย หน่วยงาน ตำแหน่งในทีม การมีส่วนร่วม (%)
1อรุณรักษ์ ตันพานิชวิทยาลัยรัตภูมิ ราชมงคลศรีวิชัย สงขลาหัวหน้าโครงการ70
2วันประชา นวนสร้อยวิทยาลัยรัตภูมิ ราชมงคลศรีวิชัย สงขลาผู้ร่วมวิจัย10
3ธมลชนก คงขวัญวิทยาลัยรัตภูมิ ราชมงคลศรีวิชัย สงขลาผู้ร่วมวิจัย5
4ปิยวรรณ มานะคณะบริหารธุรกิจ ราชมงคลศรีวิชัย สงขลาผู้ร่วมวิจัย5
5ศุภชัย มะเดื่อวิทยาลัยรัตภูมิ ราชมงคลศรีวิชัย สงขลาผู้ร่วมวิจัย10