โครงการวิจัย
การเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากใน ๘ จังหวัดภาคใต้
Linkage of Chanrong Beekeeper Group Network for Grassroots Economic Development in 8 Southern Provinces.
รายละเอียดโครงการ
| ปีงบประมาณ | 2569 |
| หน่วยงานเจ้าของโครงการ | |
| ลักษณะโครงการ | โครงการใหม่ |
| ประเภทโครงการ | โครงการเดี่ยว |
| ประเภทงานวิจัย | โครงการพื้นฐาน |
| วันที่เริ่มโครงการวิจัย (พ.ศ.) | 1 ตุลาคม 2568 |
| วันที่สิ้นสุดโครงการวิจัย (พ.ศ.) | 30 กันยายน 2569 |
| วันที่ได้รับทุนวิจัย (พ.ศ.) | 1 ตุลาคม 2568 |
| ประเภททุนวิจัย | ทุน ววน. |
| สถานะโครงการ | อยู่ระหว่างดำเนินการ |
| เลขที่สัญญา | |
| เป็นโครงการวิจัยที่ใช้ในการจบการศึกษา | ไม่ใช่ |
| เป็นโครงการวิจัยรับใช้สังคม | ไม่ใช่ |
| บทคัดย่อโครงการ | การนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทำกินแบบครบวงจร จัดตั้งศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้คนเลี้ยงชันโรง พัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งชันโรง สร้างฐานข้อมูลศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้คนเลี้ยงชันโรง ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบบนฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นแบบอย่างและแนวทางให้แก่กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่อื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอกจังหวัดสงขลา นำไปสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่จำเป็นต้องมีแนวทางในการบริหารจัดการ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างช่องทางในการหารายได้จากหลายผลิตภัณฑ์ เกษตรกรได้จัดสรรพื้นที่สวนยาง เพื่อการเพาะปลูก ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชสมุนไพร และการเลี้ยงชันโรง ส่งผลให้สามารถเก็บผลผลิตจากชันโรงออกจำหน่าย สามารถชดเชยระดับราคาน้ำยางพาราที่ลดลง สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกร และสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรแบบผสมผสานอีกด้วย ทีมงานวิจัยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเกษตรทฤษฎีใหม่ในการบริหารจัดการพื้นที่ใช้สอยในด้านการเกษตร ซึ่งพื้นที่ 8 จังหวัดในภาคใต้ประกอบด้วยสงขลา พัทลุง สตูล นครศรีธรรมราช สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส นับเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ หรือเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่สีเขียว เนื่องด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรสวนผลไม้ และสวนยางพาราตั้งอยู่ลุ่มน้ำคลอง ตลอดจนเป็นพื้นที่ที่ปลอดจากโรงงานอุตสาหกรรมและมลพิษ จึงถือเป็นต้นทุนทางทรัพยากรทางธรรมชาติของชุมชนที่สำคัญ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นอันหลากหลาย การเลี้ยงผึ้งชันโรงเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก เนื่องจากผึ้งชันโรงผลิตน้ำผึ้งและผลิตภัณฑ์จากผึ้งที่มีคุณค่าทางโภชนาการและเป็นที่ต้องการของตลาด การเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงใน 8 จังหวัดภาคใต้มีความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ การรวมกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งจะช่วยในการแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิค และนวัตกรรมการเลี้ยงผึ้ง อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางการตลาด โดยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผึ้งชันโรง เช่น น้ำผึ้ง ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผึ้งชันโรง และสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของเกษตรกรในท้องถิ่น นอกจากนี้
การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผึ้งชันโรงยังมีศักยภาพในการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่
การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจในความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน
ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวกลับมายังชุมชน
สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน |
| รายละเอียดการนำไปใช้งาน | |
| เอกสารประกอบโครงการ |
|
ทีมวิจัย

| ที่ | นักวิจัย | หน่วยงาน | ตำแหน่งในทีม | การมีส่วนร่วม (%) |
|---|---|---|---|---|
| 1 | อำมรรัตน์ คงกะโชติ | วิทยาลัยรัตภูมิ ราชมงคลศรีวิชัย สงขลา | หัวหน้าโครงการ | 60 |
| 2 | ผศ.ดร. นุกูล ชิ้นฟัก | มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ | ผู้ร่วมวิจัย | 10 |
| 3 | ณัฐิรงค์ กฤตานนท์ | วิทยาลัยรัตภูมิ ราชมงคลศรีวิชัย สงขลา | ผู้ร่วมวิจัย | 10 |
| 4 | สุพัตรา เพ็งเกลี้ยง | วิทยาลัยรัตภูมิ ราชมงคลศรีวิชัย สงขลา | ผู้ร่วมวิจัย | 10 |