โครงการวิจัย
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบสารเสริมอาหารจากพืชกระท่อมชนิดผงไมโครแกรนูลต่อการส่งเสริมการเจริญเติบโตและสุขภาพลำไส้ในไก่เนื้อ
Development of feed additive from Kratom microgranule powder prototype product on growth performance and gut health in broiler
รายละเอียดโครงการ
| ปีงบประมาณ | 2567 |
| หน่วยงานเจ้าของโครงการ | |
| ลักษณะโครงการ | โครงการใหม่ |
| ประเภทโครงการ | โครงการเดี่ยว |
| ประเภทงานวิจัย | โครงการวิจัยและพัฒนา |
| วันที่เริ่มโครงการวิจัย (พ.ศ.) | 1 ตุลาคม 2566 |
| วันที่สิ้นสุดโครงการวิจัย (พ.ศ.) | 30 กันยายน 2567 |
| วันที่ได้รับทุนวิจัย (พ.ศ.) | 2 ตุลาคม 2566 |
| ประเภททุนวิจัย | ทุน ววน. |
| สถานะโครงการ | แล้วเสร็จ(ค้างส่งผลผลิต) |
| เลขที่สัญญา | |
| เป็นโครงการวิจัยที่ใช้ในการจบการศึกษา | ไม่ใช่ |
| เป็นโครงการวิจัยรับใช้สังคม | ไม่ใช่ |
| บทคัดย่อโครงการ | โครงการวิจัยนี้มีแนวคิดในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชกระท่อมสำหรับการประยุกต์ใช้เป็นสารเสริมสุขภาพในสัตว์เศรษฐกิจ เนื่องจากในปัจจุบันได้มีการยกเลิกการใช้ยาปฏิชีวนะผสมในอาหารสัตว์สำหรับการส่งเสริมการเจริญเติบโตและการป้องกันอาการเจ็บป่วย แต่อย่างไรก็ตามการยกเลิกการใช้ยาปฏิชีวนะทำให้อุตสาหกรรมการไก่เนื้อต้องประสบปัญหาด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น โดยปัญหาที่สำคัญที่พบได้บ่อย คือ 1) ปัญหาท้องเสียที่มีสาเหตุมากจากการติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินอาหาร ส่งผลให้กระตุ้นการอักเสบในทานเดินอาหาร สุขภาพลำไส้สูญเสียหน้าที่ในการทำงานมีผลทำให้การดูดซึมสารอาหารลดลง อัตราการเจริญเติบโตต่ำและนำไปสู่การเจ็บป่วยและตาย 2) ปัญหาจากภาวะความเครียดเนื่องจากความร้อน (heat stress) ซึ่งเกิดจากการเลี้ยงแบบหนาแน่นและอากาศที่ร้อนชื้นในประเทศไทย ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตในไก่ที่มีสาเหตุโดยตรงจากการลดการกินได้ (feed intake) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับระบบการเผาผลาญและระบบต่อมไร้ท่อ การควบคุมการกินในไก่เกี่ยวข้องกับระบบแกนเชื่อมโยงระหว่างสมองและทางเดินอาหาร (gut-brain axis) โดยสมองในส่วนไฮโปทาลามัสและระบบทางเดินอาหารจะหลั่งสารนิวโรเปปไทด์ (neuropeptide) ควบคุมระบบสมดุลการกินและพลังงาน (feed intake and energy balance)และส่งผลต่อการควบคุมการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน และจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร (gut microbiota) นอกจากนั้นความเครียดจากความร้อนมีผลทำให้ผนังทางเดินอาหารเพิ่มความสามารถในการซึมผ่านหรือเกิดรั่ว (gut leak) ทำให้จุลชีพก่อโรคเคลื่อนที่ผ่านผนังทางเดินอาหาร และกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันส่งผลต่อการอักเสบของทางเดินอาหาร อีกทั้งรบกวนสมดุลของแบคทีเรียในทางเดินอาหาร (dysbiosis) ภาวะนี้มีความเชื่อมโยงกับพยาธิสภาพของโรคติดเชื้อและโรคไม่ติดเชื้อหลายโรคที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของไก่เนื้อ จากปัญหาดังกล่าวจึงเป็นโจทย์สำคัญสำหรับบริษัทผู้ผลิตไก่หรือผู้ผลิตสารเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ (feed additive) เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาด้านการเจริญเติบโตและสุขภาพในไก่เนื้อ ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงสนใจการวิจัยและพัฒนาสารเสริมอาหารจากพืชกระท่อมเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะและการสร้างมูลค่าเพิ่มกระท่อมสำหรับเป็นสารเสริมอาหารในไก่เนื้อ พืชกระท่อมจัดเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่มีการปลดล็อคให้พ้นจากพืชเสพติดให้โทษ ทำให้ในปัจจุบันประเทศไทยได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อสร้างอาชีพทางเลือก สร้างรายได้ และเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศ แต่อย่างไรก็ตามการปลูกพืชกระท่อมยังมีความไม่แน่นอนเพราะอยู่ในช่วงทดสอบตลาด จึงทำให้เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดให้พืชกระท่อมและผลักดันให้สามารถจำหน่ายพืชกระท่อมในเชิงพาณิชย์ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างองค์ความรู้ด้วยวิจัยและนวัตกรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพืชกระท่อม เนื่องจากพืชกระท่อมมีศักยภาพสูงสำหรับการพัฒนาเป็นสารเสริมอาหาร ตำรับยาสมุนไพร หรือเป็นยาสำหรับการป้องกันและรักษาโรค โดยสารออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือ สารอัลคาลอยด์ mitragynine และ 7-hydroxy mitragynine และสารอื่นๆ ที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่หลากหลายและมีรายงานการศึกษาใน In vitro และ In vivo มากมาย แต่ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการวิจัยและพัฒนาสารเสริมอาหารจากพืชกระท่อมสำหรับการประยุกต์ใช้ในสัตว์เศรษฐกิจ แต่จากการศึกษาเบื้องต้นของทีมวิจัย พบว่าการใช้สารสกัดกระท่อมเสริมในอาหารไก่เนื้อและสุกร มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเจริญเติบโต ยับยั้งการอักเสบ และเพิ่มความแข็งแรงของลำไส้ในไก่เนื้อและสุกร ดังนั้นจากปัญหาด้านสุขภาพในอุตสาหกรรมไก่เนื้อทำให้บริษัทผู้ผลิตสารเสริมอาหารสัตว์ (ปลายน้ำ) จะต้องค้นหาสารออกฤทธิ์ที่มีศักยภาพสูงในประเทศไทย นอกจากนั้นเกษตรกรผู้ปลูกกระท่อม (ต้นน้ำ) ก็มีความต้องการหาตลาดเพื่อจำหน่ายกระท่อม และสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดให้พืชกระท่อมและผลักดันให้สามารถจำหน่ายพืชกระท่อมในเชิงพาณิชย์สำหรับใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆสำหรับการประยุกต์ใช้ในคนและในสัตว์ดังนั้นจากปัจจัยความต้องการของผู้ผลิตพืชกระท่อม (ต้นน้ำ คือ เกษตรกร) และปัจจัยความต้องการของบริษัทผู้ผลิตสารเสริมอาหารสัตว์ (ปลายน้ำ คือ บริษัทผู้ผลิต) จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างองค์ความรู้ด้วยวิจัยและนวัตกรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพืชกระท่อม (กลางน้ำ คือ นักวิจัย) โครงการวิจัยจึงสนใจการพัฒนาผลิตภัณฑ์สารเสริมอาหารจากพืชกระท่อมสำหรับใช้ในการป้องกันและรักษาในไก่เนื้อ โดยมีกรอบวิจัย คือ การนำนำพืชกระท่อมจากกลุ่มสหกรณ์การเกษตรสร้างชาติ จังหวัดตรัง มาวิเคราะห์คุณภาพตามวิธีการและมาตรฐานจากตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย (Thai Herbal Pharmacopoeia) และสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพและการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพในหลอดทดลองและในเซลล์เพาะเลี้ยง การเตรียมเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดผงไมโครแกรนูลและทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของผลิตภัณฑ์ และทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ชนิดผงไมโครแกรนูลจากพืชกระท่อม ประกอบด้วย การเจริญเติบโต การตรวจวัดสารนิวโรเปปไทด์ (neuropeptide) ที่ควบคุมระบบสมดุลการกินและพลังงาน (feed intake and energy balance)ผ่านระบบแกนเชื่อมโยงระหว่างสมองและทางเดินอาหาร (gut-brain axis) ในสมองในส่วนไฮโปทาลามัสและระบบทางเดินอาหาร และการตรวจวัดความเครียดในเลือดและสมองไฮโปทาลามัส และการตรวจวัดสุขภาพของลำไส้ (Gut health) ประกอบด้วย ความสามารถในการซึมผ่านหรือเกิดรั่ว (gut leak) ความแข็งแรงของลำไส้ การทำงานระบบภูมิคุ้มกัน และจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร (gut microbiota) เป็นต้น เพื่อช่วยผลักดันการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชกระท่อมสำหรับเป็นสารเสริมสุขภาพในการป้องกันและรักษาโรคสัตว์ และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพืชกระท่อมซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย |
| รายละเอียดการนำไปใช้งาน | |
| เอกสารประกอบโครงการ |
|
ทีมวิจัย
| ที่ | นักวิจัย | หน่วยงาน | ตำแหน่งในทีม | การมีส่วนร่วม (%) |
|---|---|---|---|---|
| 1 | สุณิษา คงทอง | คณะสัตวแพทยศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช | หัวหน้าโครงการ | 60 |
| 2 | ผศ. ประพจน์ มลิวัลย์ | คณะเกษตรศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช | ผู้ร่วมวิจัย | 10 |
| 3 | วณิชชา เยาวนิตย์ | คณะสัตวแพทยศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช | ผู้ร่วมวิจัย | 10 |
| 4 | สิริศักดิ์ ชีช้าง | คณะสัตวแพทยศาสตร์ ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช | ผู้ร่วมวิจัย | 20 |