การพัฒนาระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมภายในลังเลี้ยงผึ้งด้วยภาพถ่ายและเทคโนโลยี IOTS

Development of an Environmental Alert System for Beehives Using Imaging and IoT Technologies

รายละเอียดโครงการ

ปีงบประมาณ 2569
หน่วยงานเจ้าของโครงการ
ลักษณะโครงการ โครงการใหม่
ประเภทโครงการ โครงการเดี่ยว
ประเภทงานวิจัย โครงการวิจัยและพัฒนา
วันที่เริ่มโครงการวิจัย (พ.ศ.) 1 ตุลาคม 2568
วันที่สิ้นสุดโครงการวิจัย (พ.ศ.) 30 กันยายน 2569
วันที่ได้รับทุนวิจัย (พ.ศ.) 1 พฤศจิกายน 2568
ประเภททุนวิจัย งบประมาณรายได้
สถานะโครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการ
เลขที่สัญญา
เป็นโครงการวิจัยที่ใช้ในการจบการศึกษา ไม่ใช่
เป็นโครงการวิจัยรับใช้สังคม ไม่ใช่
บทคัดย่อโครงการ

โครงการนี้มีวัตถุประสงคในการพัฒนาระบบอัตโนมัติที่สามารถตรวจสอบและควบคุมสภาพแวดลอมภายในโพรงผึ้ง โดยใชเทคโนโลยีสมัย ใหมในการวัดคาตาง ๆ เชน อุณหภูมิ ความชื้น ควัน ฝุน และนํ้าหนัก รวมถึงการใชเซนเซอรลูกลอยนํ้าในการตรวจสอบระดับนํ้าในฐานโพรงผึ้งเพื่อ ปองกันปญหาที่อาจเกิดขึ้นกับการเลี้ยงผึ้งและการผลิตนํ้าผึ้ง จากการสอบถามเกษตรกรผูดูแลผึ้งโพรง พบวา ผูดูแลตองการขอมูลที่เกี่ยวของกับสภาพแวดลอมที่มีผลตอการเจริญเติบโตของผึ้งและการ ผลิตนํ้าผึ้งที่มีคุณภาพ โดยระบบนี้ไดพัฒนาฟงกชันการแจงเตือนผานแอปพลิเคชัน LINE เพื่อใหผูดูแลและลูกคาสามารถติดตามสถานะของโพรงผึ้งได ตลอดเวลา ขอมูลที่เก็บไดจะถูกจัดเก็บใน Google Sheets และสามารถควบคุมระบบไดผานแอปพลิเคชัน Blynk ซึ่งทําใหการตรวจสอบและการสั่ง จองผึ้งโพรงเปนไปไดอยางสะดวกและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ระบบจะทําการแจงเตือนผูดูแลทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อใหผูดูแลสามารถตรวจสอบขอมูลที่สําคัญไดทันที ซึ่งจะชวยใหการเลี้ยงผึ้งมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในดานการผลิตนํ้าผึ้งที่มีคุณภาพสูงและการบริหารจัดการที่สะดวกสบาย โดยรวม โครงการนี้มีเปาหมายในการพัฒนาการเกษตรและการเลี้ยงผึ้งใหมีความยั่งยืนและประสิทธิภาพมากขึ้น พรอมทั้งสามารถเพิ่มมูลคา ใหกับผลิตภัณฑจากผึ้งและชวยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผูเลี้ยงผึ้งในประเทศไทย

รายละเอียดการนำไปใช้งาน

ึ้งเปนแมลงผสมเกสรที่มีความสําคัญตอระบบนิเวศและเศรษฐกิจโลก โดยมีสวนชวยเพิ่มผลผลิตพืชอาหารโลกถึง 35% เชน ผลไมและ ธัญพืช สําหรับประเทศไทย ผึ้งพันธุและผึ้งโพรงมีบทบาทสําคัญในอุตสาหกรรมไมผลเศรษฐกิจ เชน ลําไยและลิ้นจี่ อีกทั้งยังเปนแหลงผลิตนํ้าผึ้งที่มี มูลคาทางเศรษฐกิจสูง ในป 2555 ไทยสงออกนํ้าผึ้ง 8,945.17 ตัน มูลคา 577.64 ลานบาท โดยสงออกไปยังตลาดสําคัญ เชน เยอรมนี ไตหวัน และ ซาอุดิอาระเบีย ทําใหไทยเปนผูสงออกนํ้าผึ้งอันดับ 32 ของโลกและอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากเวียดนาม (ขอมูลจากกรมสงเสริมการเกษตร. (2556). รายงานสถิติการสงออกผลิตภัณฑนํ้าผึ้งของประเทศไทย). การเลี้ยงผึ้งยังใหประโยชนทางออม เชน ลดการใชสารเคมีในเกษตร เพิ่มผลผลิตจากการ ผสมเกสร และสรางงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวของ เชน การผลิตอุปกรณเลี้ยงผึ้งและบรรจุภัณฑ อยางไรก็ตาม การเลี้ยงผึ้งโพรงยังเผชิญปญหานํ้าผึ้ง ไมเขมขนและการถูกรบกวนจากมด ซึ่งสงผลตอคุณภาพและปริมาณนํ้าผึ้ง โพรงผึ้งตองการสภาพแวดลอมที่เหมาะสม เชน อุณหภูมิ ความชื้น และแสง เพื่อการเจริญเติบโตและการผลิตนํ้าผึ้งที่มีคุณภาพ การนํา เทคโนโลยีสมัยใหมมาใชในการตรวจวัดคาตาง ๆ เชน อุณหภูมิและความชื้นในโพรงผึ้ง จะชวยเพิ่มความแมนยําในการจัดการ และทําใหการทํางาน สะดวกและประหยัดเวลา สงผลตอการพัฒนาการเกษตรและการเลี้ยงผึ้งที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จากการสอบถามเกษตรกรผูดูแลผึ้งโพรงเกี่ยวกับขอมูลที่ตองการทราบภายในโพรงผึ้ง พบวา ผูดูแลตองการขอมูลเกี่ยวกับความชื้น อุณหภูมิ ควัน หรือฝุนที่อาจรบกวนผึ้ง รวมถึงนํ้าหนักและภาพถายจากภายในโพรงผึ้ง เพื่อใหการเลี้ยงผึ้งมีประสิทธิภาพและไดนํ้าผึ้งที่มีคุณภาพสูงขึ้น เพื่อใหตอบสนองความตองการเหลานี้ ผูวิจัยจึงไดพัฒนาระบบอัตโนมัติที่สามารถควบคุมและตรวจวัดสภาพแวดลอมในโพรงผึ้ง เชน ความชื้น อุณหภูมิ ควัน และฝุน โดยระบบนี้ยังสามารถตรวจจับนํ้าหนักและใชเซนเซอรลูกลอยนํ้าในการตรวจสอบระดับนํ้าในฐานโพรงผึ้งเพื่อปองกันปญหาที่ อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการแจงเตือนผูดูแลและลูกคา ผานแอปพลิเคชัน LINE เพื่อใหสามารถติดตามสถานะของโพรงผึ้งไดตลอดเวลา ขอมูลที่ไดจะถูกเก็บใน Google Sheets และสามารถควบคุมระบบไดผานแอปพลิเคชัน Blynk ซึ่งทําใหผูดูแลและลูกคาสามารถสั่งจองหรือดูขอมูล ภายในโพรงผึ้งไดงายและสะดวก โดยระบบจะทําการแจงเตือนทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อใหผูดูแลและลูกคาสามารถตรวจสอบและรับขอมูลไดทันท

เอกสารประกอบโครงการ
  • -

ทีมวิจัย

หัวหน้าโครงการ
ที่ นักวิจัย หน่วยงาน ตำแหน่งในทีม การมีส่วนร่วม (%)
1ดร. ประเสริฐ นนทกาญจน์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชหัวหน้าโครงการ50
2สุธาพร เกตุพันธ์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย25
3ชริยา นนทกาญจน์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราชผู้ร่วมวิจัย25